การป้อง โรคออทิสติก ให้ห่างไกลจากลูกในครรภ์

การป้อง โรคออทิสติก ให้ห่างไกลจากลูกในครรภ์

หลายคนยังคิดว่าโรคออทิสติกเป็นเรื่องที่ไกลตัวเรา แต่คุณรู้ไหมว่าเด็กไทยป่วยเป็นออทิสติกมากกว่า 3 แสนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยังคงมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญยังคงพยายามแยกแยะปัจจัยที่ทำให้เกิดการพัฒนาโรคออทิสติกในเด็กอยู่ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครทราบชัดว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรแล้วจะรักษาอย่างไรให้หายขาด เมื่อเราลองมาดูจากการวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่ามันมีโอกาสมากที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิสนธิ เช่น การตั้งครรภ์ และแม้กระทั่งการคลอดบุตรอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นออทิสติกในเด็กที่มีความบกพร่องทางพันธุกรรม แม้ว่าคุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมได้มากนัก แต่คุณสามารถเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต ปัจจัยสภาพแวดล้อมบางอย่าง ที่อาจไปกระตุ้นการพัฒนาของโรคนี้ได้ อย่างไรก็ตามไม่มีการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นวิธีที่ได้ผลสุด อย่างน้อยที่สุดมันก็ดีต่อสุขภาพร่างกายของผู้ตั้งครรภ์ และมีโอกาสมากกว่าที่เด็กจะเติบโตได้อย่างแข็งแรงในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า แล้วเรามีวิธีอย่างไรบ้างที่จะช่วยให้เด็กในครรภ์ห่างไกลจากโรค วันนี้เรามีคำตอบมาฝากคนที่กำลังจะเป็นพ่อแม่ ที่อยากให้ลูกเกิดมาเป็นเด็กที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง ถ้าพร้อมแล้วสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากข้อมูลจากทางด้านล่างนี้เลยครับ 5 ขั้นตอนในการป้องกันโรคออทิสติกของเด็กในครรภ์ 1.อย่าใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์ ถามแพทย์ทุกครั้งก่อนที่จะใช้ยาชนิดใดก็ตาม ที่ไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบกับเด็กในครรภ์หรือไม่ นี่ถือเป็นเรื่องที่จริงจังมาก โดยเฉพาะยาในกลุ่ม “ยาป้องกันอาการชัก” 2.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้าใครยื่นแก้วเหล้ามาให้คุณ “คุณจะต้องปฏิเสธไปในทันที” เพราะไม่ว่าเครื่องดื่มชนิดใดก็ตามที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ ล้วนมีผลข้างเคียงที่ไม่ดีกับผู้ที่ตั้งครรภ์ 3.รักษาโรคประจำตัว ถ้าคุณเป็นคนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับช่องท้อง จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อาการอยู่ภายใต้การควบคุม

Read more

5 สัญญาณบ่งบอกอาการออทิสติก

5 สัญญาณบ่งบอกอาการออทิสติก

หากคุณกำลังหาคำตอบของสิ่งเหล่านี้อยู่ นั่นอาจแปลว่าคุณกำลังเกิดความกังวลต่อลูกหลานของคุณ ขอให้รู้อย่างหนึ่งว่าคุณไม่ได้อยู่เพียงลำพังถึงแม้ว่าคุณจะหาคำตอบได้จากเราแล้วก็ตาม เด็กที่เป็นออทิสติกเหล่านี้ยังสามารถที่จะใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนกับคนปกติ ซึ่งอาจจำเป็นต้องให้คุณเป็นคนคอยชี้นำอย่างใกล้ชิด โดยเนื้อหาด้านล่างของเรานี้เป็น 5 สัญญาณที่ควรจับตาดูสำหรับเด็กถ้าคุณพร้อมแล้วก็เลื่อนลงไปดูได้เลย สัญญาณบ่งชี้สำหรับเด็กออทิสติก 1.ตกใจง่ายกับเสียงในสภาพแวดล้อมปกติ เด็กส่วนใหญ่มักจะต้องตกใจกับเสียงที่ดังเป็นเรื่องปกติ แต่กับเด็กออทิสติกจะมีความเกลียดชังที่รุนแรงเป็นพิเศษต่อเสียงดังที่อาจทำให้พวกเขาตอบสนองด้วยการทำหน้าบูดบึ้ง หรือ ร้องไห้ แทนที่จะแสดงความประหลาดใจในความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กปกติ หากคุณเห็นว่าลูกของคุณถ่ายทอดอารมณ์ที่รุนแรงในรูปแบบของปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์มีที่ต่อเสียงเพลง และโทรทัศน์ที่ดัง หรือหากมีเด็กคนอื่นเล่นอยู่ใกล้ๆ ส่งเสียงดัง แม้กระทั่งช่วงเวลาที่คุณกำลังใช้งานเครื่องดูดฝุ่น นั่นอาจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงโรคออทิสติก 2.มีความลำบากในการแสดงออกทางสีหน้า รวมถึงพฤติกรรมทางสายตา ในช่วงเด็กวัยแรกเกิดมักจะเรียนรู้ที่จะจ้องตาผู้ปกครอง ยิ้มให้กับคนยิ้มใส่ ชี้นิ้วไปยังสิ่งของที่ตนเองสนใจอย่างเช่นสัตว์ในสวน หรือ ของเล่นชิ้นโปรดปราน เด็กที่เป็นออทิสติกจะมีใช้เวลามากในการจดจำอารมณ์ทางสีหน้าและอาจแสดงอารมณ์เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ยกตัวอย่างในเหตุการณ์ปกติเมื่อของตกลงจนเกิดเสียงดังเด็กทั่วไปมักเกิดความสนใจที่จะหันไปดู ในไม่กี่วินาทีประมวลผลการแสดงออกทางสีหน้าเพื่อระบุอารมณ์ความรู้สึกออกมา แต่กับเด็กพิเศษนั้นแทบจะตรงกันข้ามกันเลย 3.พัฒนาทักษะในการพูดช้า แม้ในช่วงวัยทารกคุณอาจสังเกตเห็นว่าลูกของคุณไม่พูดเหมือนเด็กทั่วไป หรือขันตอบสนองเมื่อคุณพูดคุยด้วย เมื่อถึงวันเกิดครั้งแรกเด็กวัยหัดเดินส่วนใหญ่สามารถพูดได้หนึ่งหรือสองคำ แต่เด็กพิเศษมักไม่ได้เรียนรู้คำใหม่จนกว่าจะถึงเวลาต่อมา ในทางกลับกันเด็กแรกเกิดอาจตอบสนองในช่วงเดือนแรกๆ และอาจจะหยุดการสื่อสารไปโดยสิ้นเชิง 4.ไม่สนใจกับสภาพแวดล้อมรอบตัว

Read more

ออทิสติกเทียมเกิดจากอะไร ถ้าเป็นจะมีลักษณะอาการแบบไหน

ออทิสติกเทียมเกิดจากอะไร ถ้าเป็นจะมีลักษณะอาการแบบไหน

อาการออทิสติกเป็นภาระความผิดปกติอย่างหนึ่งที่พ่อแม่หลายคนไม่ต้องการให้เกิดกับลูกตัวเองอย่างแน่นอน อาการออทิสติกปัจจุบันไม่ได้มีแต่อาการออทิสติกแท้เท่านั้น ยังมีออทิสติกเทียมอีกด้วย อาการผิดปกตินี้เกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง เราสรุปย่อมาให้พ่อแม่ได้ศึกษากัน ออทิสติกเทียม คืออะไร อาการผิดปกติดังกล่าว พ่อแม่ต้องรู้จักกันเสียหน่อย ความหายของมันก็คือ ความผิดปกติทางอารมณ์และพฤติกรรมที่อาจจะเกิดจากการเลี้ยงดูผิดวิธี หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธีอาจจะทำให้เด็กมีปัญหาทางด้านพัฒนาการของตัวเองจนส่งผลระยะยาวของเด็กได้ อาการของออทิสติกเทียม อาการออทิสติกเทียม พ่อแม่ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกน้อยเราว่ามีอะไรบ้าง ทั่วไปแบ่งพฤติกรรมที่อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะออทิสติกเทียมไว้หลายพฤติกรรมดังนี้ หนึ่งไม่สบตาเวลาพูดด้วย สองชอบทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาอาจจะเป็นพฤติกรรมเบื้องต้น หรือ พฤติกรรมเจาะจง สามอายุเกินสองขวบแต่ยังไม่สามารถพูดได้ หรือ พูดไม่เป็นภาษา สี่ร้องไห้หนักแบบไม่มีเหตุผล ห้ามติดโทรศัพท์มากเกินไป หากไม่ได้เล่นหรือหยุดเล่นจะแสดงอาการไม่พอใจ ร้องไห้อาละวาด หกบอกความต้องการของตัวเอง บอกอารมณ์ไม่เป็นว่าต้องการอะไร แต่จะใช้การอาละวาดเพื่อให้คนอื่นทำตามแทน หากลูกหลานเรามีพฤติกรรมเหล่านี้มากกว่าครึ่งอาจจะต้องพาไปพบแพทย์ สาเหตุของการเกิดออทิสติกเทียม อาการออทิสติกเทียมเกิดจากอะไร คำตอบแบบตรงๆเลยก็คือ พ่อแม่คนเลี้ยง ขาดความใส่ใจ และเลี้ยงลูกอย่างไม่ถูกวิธีแทนที่จะเลี้ยงด้วยการทำพฤติกรรมต่างๆให้ดู กลับเลี้ยงด้วยการให้ดูโทรศัพท์

Read more

Asperger’s Syndrome มันคือโรคแบบไหน

Asperger’s Syndrome มันคือโรคแบบไหน

Asperger’s Syndrome อาจเป็นโรคที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นเคย หรือได้ยินชื่อกันมากสักเท่าไหร่นัก โดยมันเป็นโรคที่ระบบประสาทผิดปกติ จัดอยู่ในกลุ่ม Autistic โดยโรคนี้ได้รับการรายงานออกมาอย่างเป็นทางการครั้งแรก ปี ค.ศ. 1940 โดยฝีมือของคุณหมอ Hans Asperger กุมารแพทย์ชาวออสเตรีย คุณหมอพบว่าคนไข้ของเขาส่วนใหญ่ ที่เป็นเด็กผู้ชายมักมีความเฉลียวฉลาด และสติปัญญา อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่กลับมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม อีกทั้งยังมีพฤติกรรมหมกมุ่น ชอบทำอะไรซ้ำไปซ้ำมา ไม่รู้ว่าจะอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างไร ทั้งๆที่เขาพูดคุยสื่อสารกับคนทั่วไปได้อย่างปกติ ข้อมูลน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ปี 2005 สถาบันวิจัยของ University of Cambridge เคยรายงานว่า “Albert Einstein” และ “Sir Isaac Newton” 2 นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก

Read more

วิธีการส่งเสริมความสามารถ ให้เด็กออทิสติก

วิธีการส่งเสริมความสามารถ ให้เด็กออทิสติก

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่รักษาโรคออทิสติกให้หายขาดได้ ซึ่งโรคนี้มาจากความผิดปกติทางสมอง แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความหวัง เด็กออทิสติกสามารถดีขึ้นได้ถ้าได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม เป้าหมายหลังจบการแก้ไข คือ กระตุ้น-ฟื้นฟูพัฒนาการในด้านต่างๆ ให้ดีขึ้น จนใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุด ‘ออทิสติก’ มีอาการหลายอย่างส่วนความรุนแรงก็แตกต่างกันไป เช่น พูดไม่ได้เลยหรือพูดมากไม่หยุด , มีภาวะปัญญาอ่อนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จวบไปจนถึงเรียนเก่งจนจบปริญญาเอกได้เลย ทางการแพทย์ได้แบ่งอาการของโรคนี้เป็น 3 ระดับ ได้แก่… รุนแรงน้อย มีสติปัญญาดี ภาษาดีพอใช้ เรียนร่วมกับเด็กปกติได้ บางคนเรียนได้ถึงปริญญาเอก รุนแรงปานกลาง มีพัฒนาทางสังคมกับภาษาที่จำกัด ช่วยตัวเองได้ดีพอใช้ รุนแรงมาก มีภาวะปัญญาอ่อนร่วม ภาษาและสังคมพัฒนาไม่ค่อยพัฒนา ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลไปตลอดชีวิต การวินิจฉัยและการรักษาควรเริ่มตั้งแต่ยังเล็ก และรักษาอย่างต่อเนื่อง ถึงจะทำให้ผลรักษาออกมาดี โดยวิธีรักษาที่เหมาะสม ได้แก่ ‘บูรณาการ’ การรักษาไปตามความจำเป็นของเด็กแต่ละคน ส่งเสริมความสามารถเด็กออทิสติก

Read more

อัจฉริยะ อีกด้านของออทิสติกที่จะทำให้เก่งเฉพาะด้านไปเลย

จากที่เราได้รู้จักเกี่ยวกับโรคออทิสติกมาแล้ว หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า หากรักษาอาการของลูกไม่หาย เด็กจะสามารถอยู่ในสังคมเหมือนกับคนอื่นๆ ได้ไหม หากเป็นการเข้าสังคมทั่วๆ ไปเด็กออทิสติกอาจจะดูแตกต่างเพราะความสนใจ ความตั้งใจในเรื่องนั้นๆ เป็นพิเศษ หรือหมกมุ่นกับสิ่งที่สนใจเป็นอย่างมาก สิ่งนั้นแหละจะก่อให้เกิดความมหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง นั่นคือ เด็กอัจฉริยะที่เป็นออทิสติก กับ เด็กออทิสติกที่เป็นอัจฉริยะ นั่นเอง ออทิสติก สามารถเป็นอัจฉริยะได้ พ่อแม่หลายคน พอรู้ว่า ลูกของเรานั้นเป็นออทิสติกหลายคนอาจจะจิตตก เครียด และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ข้อปลอบใจอย่างหนึ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ การเป็นออทิสติกนั้นบางคนอาจจะเป็นคนที่มีความสามารถแฝงระดับอัจฉริยะอยู่ด้วย เนื่องจากธรรมชาติจะสร้างความสมดุลย์ให้กับทุกคนเสมอ จากสถิติบอกว่า เด็กออทิสติกประมาณ 10% มีความอัจฉริยะแฝงอยู่ ซึ่งความอัจฉริยะนี้อาจจะเป็นความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ หรือแขนงศิลปศาสตร์ เช่น ดนตรี ศิลปะ ก็มีให้เห็นได้เหมือนกัน

Read more

ออทิสติกคืออะไร และ ออทิสติกเทียม คืออะไร

หนึ่งในความกังวลสำคัญของพ่อแม่ต่อลูกน้อยนั่นคือ ความผิดปกติซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้กับลูกหลานของตัวเอง หนึ่งในความผิดปกติที่ไม่มีใครอยากให้เกิดนั่นคือ การเป็นเด็กออทิสติก แน่นอนว่าหากเป็นแล้วก็ต้องทำการรักษาดูแลกันไป วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่กัน เกี่ยวกับกลุ่มโรคออทิสติก (Autism Spectrum Disorders) เอาล่ะอย่างแรกคุณพ่อ คุณแม่มาเข้าใจก่อนว่า กลุ่มโรคออทิสติกไม่ใช่โรค แต่มันคืออาการผิดปกติชนิดหนึ่ง ซึ่งความหมายคร่าวของ ออทิสติก คือการผิดปกติด้านใดด้านหนึ่งของร่างกายและพัฒนาการของเด็ก ในส่วนของรายละเอียดอาจจะเข้าใจยาก เราเลยขอแบ่ง ออทิสติก ออกเป็นสองกลุ่มคือ ออทิสติกแท้ และออทิสติกเทียม เท่านั้น โรคออทิสติกโดยทั่วไป (ออทิสติกดั้งเดิม) การเป็นออทิสติกแท้ หรือแบบดั้งเดิมกันก่อน อาการผิดปกติแบบนี้จะมีรูปแบบการผิดปกติอยู่สามส่วนด้วยกัน ซึ่งการเป็นออทิสติกแท้อาจจะผิดปกติด้านใดด้านหนึ่ง หรือ มากกว่า 1 ด้านก็ได้ โดยทั้ง 3 ด้านได้แก่ อาการผิดปกติทางสังคม (หมายถึง จะเข้าสังคม

Read more

ออทิสติกสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ ถ้าได้ต้องใช้วิธีการใดๆ บ้าง

ออทิสติกสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ ถ้าได้ต้องใช้วิธีการใดๆ บ้าง

โรคออทิสติกรักษาหายได้ไหม การหายจากโรคออทิสติกนั้น บางครั้งยังดูเป็นเรื่องที่ฟังแล้วยังไม่แน่ใจ หรือไม่รู้ว่าจะรักษาได้หายจริงหรือไม่ แต่หากมีการรักษาที่ถูกวิธีเป็นประจำ และต่อเนื่อง เด็กออทิสติกเหล่านี้ก็สามารถอยู่ในสังคมได้เหมือนกับคนอื่นๆ วิธีการรักษาอาการโรคออทิสติก ก่อนอื่นเลย เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า อาการของโรคออทิสติกนั่นไม่สามารถรักษาให้หายขาดเหมือนกับโรคอื่นๆได้ สิ่งที่เราทำได้มีเพียงแค่ลดอาการเหล่านั้นให้น้อยลง หรือ ทำให้เด็กสามารถอยู่ในครอบครัวและสังคมได้อย่างมีความสุข พ่อแม่ต้องเข้าใจตรงนี้ด้วย อีกอย่างโรคนี้ไม่ได้เป็นสิ่งผิดของพ่อแม่ หรือ ลูก หรือใครทั้งสิ้น สิ่งที่เราทำได้ก็มีเพียงรีบพาเด็กที่ดูมีวี่แววว่าจะผิดปกติไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย หาทางรักษากันแต่เนิ่นจะช่วยให้อาการเหล่านั้นลดลงได้ มาว่ากันเรื่องการรักษาโรคออทิสติกกันบ้าง อย่างที่บอกไปว่าการกินยานั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้ การกินยาเป็นเพียงแค่ตัวช่วยเท่านั้น สิ่งสำคัญของการรักษาจริงๆ นั่นคือ การใช้พฤติกรรมบำบัด กล่าวคือ เราจะต้องทำการลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และ เพิ่มพฤติกรรมที่เหมาะสมแทน เพื่อให้เค้าสามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ตามเป้าหมาย โดยเครื่องมือของพ่อแม่ที่จะใช้ได้ นั่นคือ การเสริมแรงทางบวกอย่างการชมเชย การให้รางวัล เพื่อให้เค้ารู้ว่าทำแล้วถูกต้อง ส่วนการเสริมแรงทางลบอย่างการลงโทษ การตี ไม่แนะนำให้ทำไม่งั้นจะทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น

Read more

ออทิสติกแบ่งออกได้กี่ระดับอะไรบ้าง

หนึ่งในความกังวลสำคัญของพ่อแม่ต่อลูกน้อยนั่นคือ ความผิดปกติซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้กับลูกหลานของตัวเอง หนึ่งในความผิดปกติที่ไม่มีใครอยากให้เกิดนั่นคือ การเป็นเด็กออทิสติก แน่นอนว่าหากเป็นแล้วก็ต้องทำการรักษาดูแลกันไป ว่าแต่การเป็นเด็กออทิสติกนั่นแบ่งออกได้กี่ระดับ อะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากคุณพ่อคุณแม่กัน ระดับไม่ร้ายแรง เด็กออทิสติกระดับแรกนั้น เราถือว่ายังเป็นระดับไม่ร้ายแรงมากนัก แบบนี้เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กล่าวคือ จะมีปัญญาสูงกว่าคนปกติเล็กน้อย ซึ่งเกณฑ์ทั่วไปจะอยู่ที่ 85-115 แต่หากเป็นกลุ่มนี้อาจจะทะลุไปถึง 120 ได้ ซึ่งอาจจะมีปัญหาอื่นตามมาบ้าง เช่นด้านพฤติกรรม การเข้าสังคม เป็นต้น แต่ก็ไม่ได้รุนแรงมากนัก เพียงแต่ว่าคุณพ่อแม่ อาจจะต้องร่วมมือกับคุณหมอเพื่อฝึกการเข้าสังคมให้มากขึ้น ระดับความสามารถพิเศษ การเป็นออทิสติกกลุ่มนี้ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ลูกของเราจะต้องมีความสามารถอะไรสักอย่างที่พิเศษ หรือ เก่งมากๆ แต่ในทางกลับกันเรื่องเล็กน้อย ก็อาจจะทำไม่ได้เลยเช่นกัน (เหมือนกับเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน) ซึ่งกลุ่มนี้เรียกว่าเป็น ออทิสติคที่มีศักยภาพสูง อาจจะมีความโดดเด่นอะไรบางอย่าง เช่น ปัญญาดีเลิศ

Read more

จะดีหรือไม่ พาน้องออทิสติก ระบายสี เพื่อทำให้อารมณ์ดีขึ้น

จะดีหรือไม่ พาน้องออทิสติก ระบายสี เพื่อทำให้อารมณ์ดีขึ้น

สำหรับน้องกลุ่มออทิสติกนั้น การเรียนรู้ว่ายากแล้ว แต่การจัดกิจกรรมเพื่อให้พวกเค้าได้ฝึกประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้นั้นยากยิ่งกว่า พ่อแม่หลายคนอาจจะหนักใจว่าจะพาเค้าทำกิจกรรมอะไรดี ที่ได้เป็นการฝึกประสบการณ์ให้เค้าด้วย วันนี้เราขอแนะนำให้ทำกิจกรรมระบายสี จะเป็นการดี ไม่ต้องลงทุนเยอะด้วย ทำง่ายได้ที่บ้าน อีกทั้งยังมีผลต่อพัฒนาการของเค้าดังต่อไปนี้ เสริมสร้างจินตนาการ พัฒนาการอย่าแรก เป็นเรื่องของจินตนาการ ต้องบอกก่อนว่า เด็กกลุ่มออทิสติคกนี้ พวกเค้าจะไม่ค่อยมีจินตนาการสักเท่าไรนัก การเล่นบทบาทสมมุตินี้เป็นเรื่องที่พวกเค้าไม่ถนัด ไม่เคยทำเอาเสียเลย ดังนั้นการพาเข้าวาดภาพระบายสี อาจจะเป็นสีไม้ หรือ สีน้ำก็ได้ จะเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่จะพาเค้าเล่าเรื่อง ฝึกจินตนาการไปด้วย เพื่อซึมซับพวกเค้า ฝึกฝนประสาทรับรู้ จุดต่อมาเป็นเรื่องของ การฝึกฝนประสาทรับรู้ การฝึกกล้ามเนื้อมือ กล้ามเนื้อมัดเล็กเหล่านี้ น้องบางคนทำไม่ได้เลย การควบคุมนิ้วมือยิ่งไปกันใหญ่ จึงนับว่าเป็นโอกาสดีที่พ่อแม่จะเอาพู่กัน หรือ ดินสอสี มาเป็นสื่อกลางในการบังคับและฝึกฝนให้พวกเค้าได้ทดลองใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กเหล่านั้น อีกทั้งยังฝึกประสาทรับรู้อื่นด้วย เช่นการเอาวัสดุธรรมชาติอย่าง ใบไม้ หยวกกล้วย

Read more