โรคออทิสติกมีสาเหตุ เกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคออทิสติกมีสาเหตุ เกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคออทิสติกเป็นโรคที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยๆ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้จักกับมันดีเท่าที่ควร วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับกลุ่มโรคนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ โดยกลุ่มโรคนี้มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของสมอง ส่งผลให้เกิดความบกพร่องของพัฒนาการในหลายๆด้าน เช่น  ด้านภาษา , สังคม รวมทั้งมีพฤติกรรมและความสนใจ ในการทำเรื่องซ้ำไปซ้ำมา อาการเหล่านี้ จะปรากฏให้เห็นก่อนอายุ 3 ขวบ โดยความรุนแรงของโรคในกลุ่มนี้มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพัฒนาการทางภาษา ระดับสติปัญญา รวมทั้งความผิดปกติอื่นๆซึ่งพบร่วมด้วย  ความบกพร่องเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะทางด้านสังคม ซึ่งมีแค่ 1- 2% เท่านั้นที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม การรักษาตั้งแต่ยังเล็ก จะทำให้เด็กมีโอกาสพัฒนามากกว่าการรักษาตอนอายุมากขึ้น กลุ่มโรคออทิสติก พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง แต่เพศหญิงจะมีอาการรุนแรงมากกว่าเพศชาย ส่วนสาเหตุของกลุ่มโรคออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของสมองรวมทั้งระบบประสาทซึ่งมีความซับซ้อนและหลากหลาย แต่ไม่พบความผิดปกติซึ่งมีลักษณะจำเพาะ และแน่นอนว่าไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูหรือบุคลิกภาพของผู้เป็นพ่อแม่ แต่อย่างใด ความผิดปกติของระบบสมอง กลุ่มโรคออทิสติกจำนวน 10 –

Read more

ของเล่นที่เหมาะกับการพัฒนาทักษะเด็กออทิสติก

ของเล่นที่เหมาะกับการพัฒนาทักษะเด็กออทิสติก

ของเล่น ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยในการพัฒนาทักษะของเด็กได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กปกติ หรือเด็กพิเศษก็ตาม ซึ่งแต่ละช่วงอายุนั้นก็จะต้องมีการเลือกของเล่นที่เหมาะสมกับพัฒนาการของแต่ละช่วงวัยด้วย แต่ในส่วนของเด็กพิเศษหรือเด็กออทิสติก ที่มีความพิการทางสมอง การเรียนรู้ต่างๆ อาจจะมีความแตกต่างจากเด็กพิเศษออกไป เขาอาจจะเรียนรู้ได้ช้ากว่า ไม่สามารถที่จะแยกแยะสิ่งต่างๆ ได้แบบเด็กปกติ ดังนั้นหากต้องเลือกของเล่นที่จะต้องใช้กับเด็กออทิสติก ก็จะต้องเลือกกันเล็กน้อยเพื่อที่ว่าจะได้มาซึ่งของเล่นที่เหมาะสมกับเขา และเหมาะสมกับช่วงอายุด้วย โดยในบทความนี้จะแบ่งช่วงอายุของเด็กออทิสติกออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงอายุ 3 – 7 ปี และ 8 – 12 ปี ดังนี้ ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติกอายุช่วง 3 – 7 ปี เด็กออทิสติกที่อยู่ในช่วง 3 – 7 ปี

Read more

กิจกรรมพัฒนาทักษะเด็กออทิสติก เพื่อให้เด็กได้มีความคิดก้าวไกลไปอีก

โรคออทิสติก ปัจจุบันนั้นยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ ทำได้แค่ป้องกันการเกิด หรือพัฒนาเด็กที่เป็นอยู่แล้วเท่านั้น ซึ่งโรคออทิสติกนั้นเป็นโรคที่มีความผิดปกติทางสมอง แต่อย่างไรก็ตามคนที่เป็นออทิสติกก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรงต่อสังคมหรืออย่างไร เพราะปัจจุบันสังคมของเรานั้นเปิดกว้างมากขึ้น คนที่เป็นออทิสติกสามารถที่จะใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับคนปกติได้ ในกรณีที่สามารถช่วยเหลือตัวเอง นอกเหนือจากนี้ปัจจุบันยังมีกิจกรรมที่สามารถช่วยให้เด็กออทิสติกทั้งหลายได้พัฒนาสมองมากขึ้นด้วย โดยมีข้อแนะนำว่าหากเราเริ่มพาเค้าทำกินกรรมตั้งแต่ยังเด็กจะมีผลค่อนข้างชัดเจนมากโดยวิธีการดังนี้ ฝึกทักษะสังคมและปรับพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งเราจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้งว่าเด็กออทิสติกจะทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งนั่นเกิดจาการที่เขาไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่าอะไรถูกไม่ถูก อะไรควรไม่ควร ผู้ดูเองจึงจำเป็นต้องสอนเขาด้วยการลดพฤติกรรมที่รุนแรง หรือก้าวร้าว เช่นเมื่อเขามีพฤติกรรมที่เหมาะสม ควรที่จะให้รางวัล หรือกล่าวชื่นชม เพื่อให้เขารู้สึกดีใจและมีกำลังใจที่จะทำต่อไป ฝึกสื่อสาร เด็กที่เป็นออทิสติกจริงๆ แล้วสามารถที่จะสื่อสารกับคนปกติได้ เพียงแต่ว่าอาจจะช้ากว่าคนปกติมาก ดังนั้นเราจึงควรใช้ความใจเย็น แล้วพูดคุยกับเขาบ่อยๆ อาจจะเริ่มต้นด้วยการฝึกให้เปล่งเสียง หรือการเป่าลม และการเคลื่อนไหวของปาก เช่น ฝึกให้เป่านกหวีด ลองให้เล่นเป่าฟองสบู่ เป็นต้น หรือฝึกลิ้น เช่น ให้เลียอมยิ้ม เลียลูกอม รวมไปจนถึงการฝึกเล่นเสียงในแก้ว หรือในถ้วย

Read more

วิธีรับมือกับเด็กออทิสติก และการดูแล

วิธีรับมือกับเด็กออทิสติก และการดูแล

เด็กออทิสติก ถือว่าเป็นโรคประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นกับสมองโดยจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิดซึ่งปัญหาของโรคนี้ก็คือจะส่งผลไปยังพัฒนาการต่างๆ ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การเข้าสังคม หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน นั่นทำให้เด็กเหล่านี้จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าเด็กอื่นๆ ทั่วไป การที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเด็กในบ้านเป็นโรคนี้ประเด็นที่สำคัญที่สุดจึงต้องรู้จักวิธีในการรับมือ และการดูแลเด็กที่ป่วยเป็นออทิสติก เพื่อให้เด็กได้รู้สึกว่าเขาเองก็สามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้ไม่ต่างกับคนอื่นๆ ขั้นตอนดูแลเด็กออทิสติก สอนให้รู้จักการเรียนรู้ในด้านสังคม – การเรียนรู้เกี่ยวกับสังคมถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่เด็กที่เป็นออทิสติกเป็นพิเศษเพื่อให้เขาได้เข้าใจว่าจริงๆ แล้วสังคมเองก็เป็นสิ่งที่พวกเขาจำเป็นจะต้องอยู่ต่อไปให้ได้ แม้ว่าเด็กบางคนจะค่อนข้างต่อต้านต่อการเข้าสังคม ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว ทำอะไรเองด้วยตัวคนเดียว คนที่ดูแลก็ต้องรู้จักกับการรับมือในเรื่องนี้ให้ถูกต้องด้วยการพาไปอยู่กับสังคมทั่วไปบ่อยๆ พร้อมทั้งสอนให้รู้จักการใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วๆ ไปด้วย เข้าใจในความเป็นตัวตนของเด็ก – สิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้ก็คือเด็กออทิสติกก็คือเด็กที่ป่วยเป็นโรคๆ หนึ่ง เพราะฉะนั้นพฤติกรรมหรือสิ่งต่างๆ ที่เขาได้แสดงออกมาในทุกทางก็จะไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป ตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ของเด็กเองก็ควรที่จะต้องรับมือในการกระทำของพวกเขาให้ได้ด้วย แต่ถ้าหากพฤติกรรมใดที่มันดูไม่เหมาะสมก็ต้องรู้จักที่จะตักเตือน ว่ากล่าว สั่งสอน เพื่อให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาทำมันไม่ถูกต้อง สอนให้รู้จักการพูดจา – เด็กออทิสติกบางคนจะไม่ยอมพูด ไม่ยอมสื่อสารใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตรงจุดนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ผิดอย่างมากหากพ่อแม่ปล่อยเอาไว้ ต้องรู้จักวิธีการดูแลรับมือกับเรื่องพฤติกรรมการพูดด้วยการสอนให้เขาพูดบ่อยๆ

Read more

วิธีการดูพฤติกรรมเด็กว่าเสี่ยงเป็นออทิสติกหรือไม่

วิธีการดูพฤติกรรมเด็กว่าเสี่ยงเป็นออทิสติกหรือไม่

 ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ว่าลูกเราได้ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ เพราะว่าคุณหมอสามารถตรวจได้ว่าลูกเรามีความเสี่ยงไหมต่อการเป็นเด็กออทิสติกหรือไม่ ซึ่งสมัยนี้เครื่องมือแพทย์ได้มีความทันสมัยขึ้น ต่างจากสมัยก่อนที่เราต้องมาลุ้นกันตอนโตว่าเด็กเสี่ยงเป็นโรคไหม  ซึ่งเราสมารถตรวจได้เลยว่าลูกเราเสี่ยงไหมต่อการเป็นเด็กออทิสติกนั้นเอง และถ้าเราตรวจพบเราก็สามารถเลี้ยงดูเขาได้แต่อาจจะมีพัฒนาที่ช้ากว่าเด็กทั่วไปเท่านั้นเอง สังเกตอย่างไรว่าลูกเสี่ยงต่อการเป็นออทิสติกหรือไม่ สมัยนี้เราสามารถตรวจสอบได้ว่าลุกเราเสี่ยงต่อการเป็นออทิสติกไหม เพราะเราสามารถตรวจสอบโคโมโซนว่าลูกของเรามีโคโมโซนที่เหมือนเด็กทั่วไปไหมนั้นเอง ซึ่งเราสามารถรับมือกับการที่ลูกเราเป็นออทิสติกได้อย่างสบายเลยหละ เพราะสมัยนี้ได้มีโรงเรียนที่รองรับเด็กออทิสติกอยู่หลายแห่ง ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่ไม่ค่อยมีสถาบันหรือศูนย์พัฒนาให้เลือกมากเท่าสมัยนี้นั้นเอง และเรายังสามารถฝึกพัฒนาการลูกของเราได้ด้วยตนเอง เพียงเราสามารถศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตได้แล้ว เพราะสมัยนี้เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นมาทันสมัยหมดแล้ว เราสามารถศึกษาข้อมูลในการเลี้ยงดูลูกของเราได้อย่างสะดวกสบาย และยังสามารถฝึกฝนเขาให้สามารถร่วมทำกิจกรรมร่วมกับเราได้ เพียงแค่ใช้เวลาสักเล็กน้อยเพราะสมองของเขานั้นจะทำงานช้ากว่าเด็กปกติ แต่พวกเขาก็สามารถทำกิจกรรมตามเด็กปกติได้ โดยเราสามารถคอยสอนเรื่องความรู้พื้นฐานให้เขาอยู่บ่อยๆและเขาก็จะสามารถทำได้เอง เพราะถ้าเราสอนเขาทุกวันเขาก็จะจำได้และคอยทำตามว่าสิ่งไหนดีและไม่ดีนั้นเอง ซึ่งการที่จะให้เขาพัฒนาไวนั้นก็เป็นสิ่งที่ยากเพราะเขาเป็นเด็กที่สมาธิสั้น แต่เขาก็สามารถเรียนหรือทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างเด็กทั่วไปนั้นเอง แต่เราควรให้เวลาแก่เขามากๆ และคอยสนใจเขาอยู่ตลอดและไม่ควรให้เขาอยู่เพียงลำพัง เพราะเขาอาจจะคอดว่าคุณรังเกลียดเขาก็เป็นได้เพราะเขาจะมีปมอยู่ตลอดเวลา     ปมด้อยเหล้านี้ก็จะเป็นตัวที่ทำให้เขาไม่อยากคบหาหรือทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นนั้นเอง เพราะเขาจะคิดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองเป็นจุดด้อยไม่สามารถเรียนรู้ได้เท่ากับคนอื่น และไม่มีใครรักเพราะเขาเป็นเด็กที่ไม่ปกติเหมือนเด็กทั่วไปนั้นเอง และยังมีอีกหลายเหตุผลมากมายที่ทำให้เขาสามารถคิดสั้นได้ด้วย เพียงแค่คุณให้เวลากับเขาแสดงความรักกับเขาให้มากๆแค่นั้นเขาก็จะไม่รู้สึกว่าตัวเองด้อยอีกแล้ว

Read more

อาหารแบบไหนควรให้เด็กออทิสติกทานเพื่อเกิดผลดีกับพวกเขา

อาหารแบบไหนควรให้เด็กออทิสติกทานเพื่อเกิดผลดีกับพวกเขา

โดยสมัยนี้ได้มีศูนย์พํฒนาเด็กอยู่มากมาย และยังรับเด็กออทิสติกอีกด้วยเพื่อเข้ารับการศึกษา เพราะสมัยนี้ได้มีโรงเรียนหลายแห่งรับเด็กออทิสติกเข้ารับการศึกษาอยู่มากมาย เพราะเราสามารถเปิดอบรบและสร้างพัฒนาการใหม่ๆได้นั้นเอง ซึ่งเด็กพวกนี้เหมือนเด็กทั่วไปแต่สามารถเรียนรู้กับเด็กทั่วไปได้เพียงแค่จะช้ากว่าคนอื่นเท่านั้นเอง และยังมีศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กออทิสติกอยู่มากมาย เพื่อรองรับการเรียนรู้ของพวกเขาและยังสามารถช่วยพัฒนาการทางด้านสติปัญญาและสมองอีกด้วย อาหารที่เด็กออทิสติกควรรับประทาน อาหารที่เด็กออทิสติกควรรับประทานนั้นควรเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และควรเป็นอาหารที่ครบห้าหมู่ด้วยกัน เพื่อสามารถนำไปพัฒนาทางด้านสมอง และยังไปบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย ซึ่งอาหารที่ควรได้รับต่อวันนั้นก็จะเป็นผลดีต่อตัวเขาเอง เพื่อนำไปพัฒนาสมองของพวกเขา และยังช่วยให้บำรุงสายตาและกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง เพื่อที่จะสามารถทำกิจกรรมเหมือนกับเด็กคนอื่นอีกด้วย เพราะการดูแลพวกเขานั้นเราต้องใส่ใจเรื่องการเรียนรู้การทำกิจกรรม และเรื่องของการเลือกอาหารในแต่ละมื้อ ว่าเหมาะสมไหมต่อปริมาณที่จะต้องได้รับต่อวัน เพราะการพัฒนาของพวกเขาจะต่างจากเด็กทั่วไปคือจะสมาธิสั้นและโตช้ากว่าเด็กทั่วไปนั้นเอง  แต่ส่วนใหญ่แล้วเด็กออทิสติกนี้ก็จะเหมือนกับเด็กทั่วไป ซึ่งสามารถทำอะไรด้วยตัวเองเหมือนเด็กปกติเพียงแค่พัฒนาการช้ากวานั้นเอง และพวกเขายังสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ เพียงแค่เราสอนสิ่งดีๆให้กับเขาค่อยๆให้พวกเขาซึบซับเข้าไปและเขาก็จะค่อยๆจำในสิ่งที่เราสอนไปได้ดี เพียงแค่เรามีความอดทนในการสอนเพื่อให้พวกเขาได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากเดิม และยังช่วยให้พวกเขาสามารถสนุกสนานกับการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆได้ดีอีกด้วย เพียงแค่อดทนเท่านั้น โดยเด็กออทิสติกเหล่านี้เราสามารถสอนเรื่องพัฒนาการทางด้านสมองและสติปัญญาได้ ขอแค่เราใส่ใจดูแลพวกเขาด้วยความรักและความอดทนโดยที่ไม่รีบร้อน เพราะพวกเขาต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มากกว่าเด็กปกตินั้นเอง ถ้าเราคอยสอนสิ่งใหม่ๆให้พวกเขาอยู่ตลอดนั้นก็จะเป็นผลดีกับพวกเขาอย่างมาก ในการพัฒนาความรู้ขึ้นไปเรื่อยๆ และยังสามารถทำอะไรด้วยตนเองได้อย่างต้องการ โดยที่เราไม่ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเลย เพียงแค่เราคอยยืนดูอยู่ห่างก็พอและให้เขารู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก็เท่านั้น พวกเขาก็จะมีความสุขในการใช้ชีวิตของพวกเขาแล้ว

Read more

วิธีการรักษาเด็กออทิสติกให้กลับมาปกติมากที่สุด

วิธีการรักษาเด็กออทิสติกให้กลับมาปกติมากที่สุด

ใครๆ ต่างก็รู้ว่าโรคออทิสติกนั้นถือว่าเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของเด็กที่เกิดมา ทำให้เด็กคนนั้นเกิดมามีพัฒนาการที่ผิดปกติ รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่ผิดปกติ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ถึงแม้จะรักษาให้หายขาดไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็สามารถที่จะรักษาให้กลับมาสู่สังคมที่ปกติมากที่สุดได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงดูเป็นสำคัญด้วยว่าจะสามารถทำให้เด็กกลับมาสู่สภาวะปกติได้มากน้อยแค่ไหน ลองมาดูวิธีการรักษาเด็กออทิสติกให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติที่สุดว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง การฝึกทางด้านของพฤติกรรมสำหรับการเข้าสังคม – ตรงนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เด็กเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตกับคนอื่นในสังคมได้ การฝึกพฤติกรรมสำหรับการเข้าสังคมสำหรับเด็กออทิสติกนั้นคือต้องพยายามให้เด็กได้เรียนรู้การกระทำที่เหมาะสมและพยายามบอกว่าอะไรคือการกระทำที่ไม่เหมาะสม อาทิ เด็กชอบทำกิจกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ เราก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาโดยอาจจะบอกว่าถ้าหากทำสิ่งนี้บ่อยๆ จะทำให้เรียนหนังสือไม่เก่งต้องเปลี่ยนการกระทำบ้าง เป็นต้น ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ – อย่าลืมว่าเด็กที่มีอาการออทิสติกนั้นบางครั้งชอบอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้เขาเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ได้ ต้องแสดงให้เห็นว่าเขาคือคนพิเศษที่เหมือนกับคนอื่นๆ โดยอาจจะมีการให้ทำกิจกรรมบางอย่างพร้อมกับให้รางวัลหากว่าเขาสามารถทำได้ เพื่อที่จะทำให้เขารู้สึกสนุกที่ได้ทำและไม่เก็บตัวอยู่คนเดียว ฝึกให้พูดบ่อยๆ และพูดให้ถูกต้อง – เด็กออทิสติกนั้นจะมีปัญหาในเรื่องของการพูดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดช้า พูดไม่ค่อยเข้าใจ น้ำเสียงในการพูดไม่เหมือนเด็กทั่วไป เพราะฉะนั้นต้องรู้จักการฝึกการพูดให้กับเด็กเหล่านี้เพื่อที่จะให้พวกเขาสามารถพูดได้ปกติเหมือนกับเด็กทั่วๆ ไป หรือถึงแม้จะไม่เหมือนเด็กทั่วไปก็ทำให้ใกล้เคียงที่สุด การพาไปหาหมอตามความสมควร – เด็กที่เป็นโรคออทิสติกนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพาไปหาหมอตามที่หมอนัดหรือว่าพาไปหาตามความสมควรที่เห็นว่าจำเป็นต้องไป เพราะว่าการไปหาหมอบ่อยๆ

Read more

ข้อบ่งชี้ด้านพฤติกรรมของเด็กที่มีแนวโน้มเป็นออทิสติก

ข้อบ่งชี้ด้านพฤติกรรมของเด็กที่มีแนวโน้มเป็นออทิสติก

อาการออทิสติกสำหรับเด็กนั้นอาจจะยังไม่สามารถรู้ได้เมื่อแรกเกิด ทว่าเมื่อเกิดมาได้สักพักพฤติกรรมหรืออาการบางอย่างก็สามารถที่จะบ่งบอกได้ว่าเด็กคนนี้มีอาการเป็นโรคออทิสติกหรือไม่ เพราะพฤติกรรมที่แสดงออกระหว่างเด็กออทิสติกกับเด็กปกติจะมีความแตกต่างกัน มาดูข้อบ่งชี้ทางด้านพฤตคิกรรมที่คุณสามารถสังเกตได้ว่าหากเด็กมีการแสดงอาการต่างๆ เหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเด็กออทิสติก พฤติกรรมทางด้านการพูด – เด็กที่มีอาการสุ่มเสี่ยงว่าจะเป็นออทิสติกนั้นจะมีพฤติกรรมการพูดที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป นั่นคือจะพูดได้ช้ากว่าเด็กปกติ เมื่อถึงวัยที่ควรพูดกลับไม่ยอมพูด และพอพูดได้มักจะพูดคำซ้ำๆ พูดจาคำที่คนอื่นฟังแล้วไม่เข้าใจ พูดไม่ค่อยชัด พูดแล้วมีอาการติดขัด รวมไปถึงน้ำเสียงที่พูดออกมาจะไม่เหมือนกับเด็กปกติทั่วๆ ไป พฤติกรรมด้านการเข้าสังคมกับคนรอบข้าง – นี่เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกได้ชัดเจนที่สุดสำหรับเด็กที่เป็นโรคออทิสติก เพราะเด็กเหล่านี้จะมีพฤติกรรมทางสังคมที่แตกต่างไปจากเด็กคนอื่น ไม่ว่าจะเป็น ไม่ยอมสบตาหรือพูดคุยกับคนรอบข้าง ไม่ยอมทำการสื่อสารใดๆ กับคนรอบข้าง ไม่มีการแสดงอรมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น มักจะมีสีหน้าเดียวเวลาที่พบเจอใครก็ตาม มักเก็บตัวอยู่คนเดียวไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวาย ไม่ยอมที่จะพูดคุยกับใครง่ายๆ เรียกว่าจะไม่ทักคนอื่นก่อนถ้าหากว่าเขาไม่ทักมาก่อน เหมือนกับเด็กสมาธิสั้นพูดคุยอะไรได้ไม่นานก็จะเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ไม่ชอบการช่วยเหลือจากใครและจะไม่ร้องขอ รวมไปถึงจะไม่คบกับใครทั้งสิ้นชอบที่จะอยู่กับตัวเอง พฤติกรรมทางด้านการกระทำ – เด็กที่มีอาการออทิสติกนั้นมักจะมีความคิดซ้ำๆ เดิมๆ สังเกตได้จากพฤติกรรมจะแสดงออกด้วยการกระทำเช่น ชอบทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ

Read more

Hagewinde ศูนย์พัฒนาเด็กออทิสติกในเบลเยี่ยม

Hagewinde ศูนย์พัฒนาเด็กออทิสติกในเบลเยี่ยม

แม้ว่าโรคออทิสติกจะจัดได้ว่าเป็นโรคที่เกิดจากความผิดพลาดบางประการในตัวเด็กคนๆ หนึ่ง แต่สิ่งที่น่าสงสารอย่างหนึ่งของเด็กเหล่านี้คือไม่สามารถที่จะรักษาอาการให้หายขาดได้ แถมการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกเพื่อที่จะสร้างแนวทางในการป้องกันก็มีไม่มากนักเนื่องจากมันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกหนดได้ การสร้างแนวทางในการดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เด็กออทิสติกเกิดมาแล้วรู้สึกว่าพวกเขาเองยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้ Hagewinde เองถือว่าเป็นศูนย์พัฒนาเด็กออทิสติกที่มีความสำคัญระดับโลกเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาคือองค์กรที่สร้างขึ้นมาเพื่อเด็กออทิสติก ทีมงาน Hagewinde เป็นใคร ทีมงาน Hagewinde คือทีมงานคอยแนะนำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เป็นออทิสติกให้กับผู้ปกครองในประเทศเบลเยี่ยม เพี่อที่จะให้ผู้ปกครองได้พาลูกหลานที่มีอากาของโรคออทิสติกสามารถอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมและสามารถเข้าสังคมได้อย่างไม่มีปัญหา เด็กที่เป็นออทิสติกสามารถที่จะทำกิจกรรมโดยที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่ว่าเป็นทีมงานที่อยู่แต่ในประเทศเบลเยี่ยมเท่านั้น เพราะทีมงานเหล่านี้พยายามกระจ่ายพื้นที่ไปทั่วโลกเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันกับเด็กออทิสติกได้พบกับสถานที่ที่เหมาะสม รวมไปถึงกิจกรรมที่เหมาะสมสำรหรับพวกเขา กิจกรรมที่ช่วยในการพัฒนาเด็กพิเศษ ศูนย์พัฒนาเด็ออทิสติก Hagewinde นั้นจะมีการจัดกิจกรรมที่เหมะสามสำหรับเด็กพิเศษเพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่ควรจะเป็น เหมาะสมตามวัย และพยายามที่จะไม่ให้พวกเขาต้องรู้สึกว่าพวกเขามีความแตกแยกในสังคม กิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหมือนกับกิจกรรมทั่วๆ ไปในการพัฒนาเด็กออทิสติก อาทิ กิจกรรมการให้เข้าสังคมของเด็ก ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ได้รู้จักการช่วยเหลือตัวเอง รวมไปถึงการแนะนำผู้ปกครองในการดูแลเด็กๆ ที่เป็นออทิสติกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่ทีมงาน Hagewinde มักจะจัดทำขึ้นเพื่อเด็กๆ ออทิสติกเสมอ อาทิ การสอนวิธีการเอาตัวรอดทางน้ำสำหรับเด็กพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องสำคํญมากเนื่องจากเด็กพิเศษเหล่านี้จะมีทักษะการช่วยเหลือตัวเองไม่ปกติ 

Read more

กิจกรรมที่จะช่วยในด้านพัฒนาการของเด็กออทิสติก

กิจกรรมที่จะช่วยในด้านพัฒนาการของเด็กออทิสติก

การที่เด็กคนหนึ่งเกิดมาเป็นโรคออทิสติกนั้นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนรอบข้างก็คือต้องพยายามให้ความรัก ความเอาใจใส่ และการสร้างสิง่ดีๆ ให้เด็กได้รู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่ได้เกิดมาไร้ค่า แต่ตัวเขานั้นจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมต่อไป การสร้างกิจกรรมให้เด็กๆ เหล่านี้จึงเป็นตั่วช่วยสำคัญในการที่จะพัฒนาให้เขาได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและทำให้บำบัดอาการออทิสติกได้ในระดับหนึ่ง มาลองดูกิจกรรมดีๆ ที่จะช่วยในด้านพัฒนาการของเด็กออทิสติกว่าควรให้เขาทำกิจกรรมประเภทไหนบ้าง รู้จักให้แยกแยะสิ่งของแต่ละประเภท – เด็กออทิสติกเหล่านี้จะมีพัฒนาการทางด้านสมองที่ช้ากว่าเด็กทั่วไป รวมไปถึงมักจะชื่นชอบการทำกิจกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่เป็นประจำเรียกว่าหากเคยทำอะไรแล้วก็จะทำอยู่แต่สิ่งนั้นโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น การพยายามให้เขารู้จักการแยกแยะสิ่งของต่างๆ ออกเป็นประเภท เป็นหมวดหมู่จะทำให้เขานั้นรู้สึกไม่ซ้ำซากและไม่ทำให้เขานั้นทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ ด้วย ให้เรียนรู้การใช้สมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ – เด็กออทิสติกนั้นจะเป็นเด็กที่มักมีอาการสมาธิสั้น หมายถึงว่าพอทำอะไรสักครู่หนึ่งก็จะเบื่อแต่สักพักก็จะกลับมาทำแบบเดิมอีก เพราะฉะนั้นการหากจิกรรมที่ให้เขาได้ใช้สมาธิจะช่วยฝึกให้เขารู้จักการจดจ่อที่จะตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีจุดมุ่งหมาย เช่น การให้ระบายสี การให้ต่อตัวต่อ หรือการให้วาดรูป การให้ทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เขารู้จักเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จและมีสมาธิที่จะทำมันด้วย หากิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการที่เป็นไปตามวัย – สิ่งหนึ่งของเด็กออทิสติกคือการพัฒนาของสมองและร่างกายจะไม่ค่อยเป็นไปตามวัย หรือพูดง่ายๆ คือจะเป็นเด็กที่พัฒนาช้ากว่าเด็กปกคิ เพราะฉะนั้นพ่อแม่หรือคนดูแลเองต้องรู้ว่าเด็กในแต่ละช่วงวัยนั้นต้องทำกิจกรรมอะไรและก็พยายามสอนให้เด็กที่เป็นออทิสติกทำกิจกรรมเหมือนกับเด็กในช่วงวัยนั้น ให้ทำกิจกรรมที่ต้องอยู่ในสังคม – ข้อที่เป็นปัญหาบ่อยๆ ของเด็กออทิสติกก็คือกลัวการเข้าไปอยู่ในสังคมกับเด็กคนอื่นๆ

Read more