วิธีรับมือกับเด็กออทิสติก และการดูแล

วิธีรับมือกับเด็กออทิสติก และการดูแล

เด็กออทิสติก ถือว่าเป็นโรคประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นกับสมองโดยจะเป็นมาตั้งแต่กำเนิดซึ่งปัญหาของโรคนี้ก็คือจะส่งผลไปยังพัฒนาการต่างๆ ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การเข้าสังคม หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน นั่นทำให้เด็กเหล่านี้จะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าเด็กอื่นๆ ทั่วไป การที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเด็กในบ้านเป็นโรคนี้ประเด็นที่สำคัญที่สุดจึงต้องรู้จักวิธีในการรับมือ และการดูแลเด็กที่ป่วยเป็นออทิสติก เพื่อให้เด็กได้รู้สึกว่าเขาเองก็สามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้ไม่ต่างกับคนอื่นๆ ขั้นตอนดูแลเด็กออทิสติก สอนให้รู้จักการเรียนรู้ในด้านสังคม – การเรียนรู้เกี่ยวกับสังคมถือเป็นสิ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่เด็กที่เป็นออทิสติกเป็นพิเศษเพื่อให้เขาได้เข้าใจว่าจริงๆ แล้วสังคมเองก็เป็นสิ่งที่พวกเขาจำเป็นจะต้องอยู่ต่อไปให้ได้ แม้ว่าเด็กบางคนจะค่อนข้างต่อต้านต่อการเข้าสังคม ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว ทำอะไรเองด้วยตัวคนเดียว คนที่ดูแลก็ต้องรู้จักกับการรับมือในเรื่องนี้ให้ถูกต้องด้วยการพาไปอยู่กับสังคมทั่วไปบ่อยๆ พร้อมทั้งสอนให้รู้จักการใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วๆ ไปด้วย เข้าใจในความเป็นตัวตนของเด็ก – สิ่งที่ต้องยอมรับให้ได้ก็คือเด็กออทิสติกก็คือเด็กที่ป่วยเป็นโรคๆ หนึ่ง เพราะฉะนั้นพฤติกรรมหรือสิ่งต่างๆ ที่เขาได้แสดงออกมาในทุกทางก็จะไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป ตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ของเด็กเองก็ควรที่จะต้องรับมือในการกระทำของพวกเขาให้ได้ด้วย แต่ถ้าหากพฤติกรรมใดที่มันดูไม่เหมาะสมก็ต้องรู้จักที่จะตักเตือน ว่ากล่าว สั่งสอน เพื่อให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาทำมันไม่ถูกต้อง สอนให้รู้จักการพูดจา – เด็กออทิสติกบางคนจะไม่ยอมพูด ไม่ยอมสื่อสารใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตรงจุดนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ผิดอย่างมากหากพ่อแม่ปล่อยเอาไว้ ต้องรู้จักวิธีการดูแลรับมือกับเรื่องพฤติกรรมการพูดด้วยการสอนให้เขาพูดบ่อยๆ

Read more

วิธีการดูพฤติกรรมเด็กว่าเสี่ยงเป็นออทิสติกหรือไม่

วิธีการดูพฤติกรรมเด็กว่าเสี่ยงเป็นออทิสติกหรือไม่

 ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ว่าลูกเราได้ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ เพราะว่าคุณหมอสามารถตรวจได้ว่าลูกเรามีความเสี่ยงไหมต่อการเป็นเด็กออทิสติกหรือไม่ ซึ่งสมัยนี้เครื่องมือแพทย์ได้มีความทันสมัยขึ้น ต่างจากสมัยก่อนที่เราต้องมาลุ้นกันตอนโตว่าเด็กเสี่ยงเป็นโรคไหม  ซึ่งเราสมารถตรวจได้เลยว่าลูกเราเสี่ยงไหมต่อการเป็นเด็กออทิสติกนั้นเอง และถ้าเราตรวจพบเราก็สามารถเลี้ยงดูเขาได้แต่อาจจะมีพัฒนาที่ช้ากว่าเด็กทั่วไปเท่านั้นเอง สังเกตอย่างไรว่าลูกเสี่ยงต่อการเป็นออทิสติกหรือไม่ สมัยนี้เราสามารถตรวจสอบได้ว่าลุกเราเสี่ยงต่อการเป็นออทิสติกไหม เพราะเราสามารถตรวจสอบโคโมโซนว่าลูกของเรามีโคโมโซนที่เหมือนเด็กทั่วไปไหมนั้นเอง ซึ่งเราสามารถรับมือกับการที่ลูกเราเป็นออทิสติกได้อย่างสบายเลยหละ เพราะสมัยนี้ได้มีโรงเรียนที่รองรับเด็กออทิสติกอยู่หลายแห่ง ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่ไม่ค่อยมีสถาบันหรือศูนย์พัฒนาให้เลือกมากเท่าสมัยนี้นั้นเอง และเรายังสามารถฝึกพัฒนาการลูกของเราได้ด้วยตนเอง เพียงเราสามารถศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตได้แล้ว เพราะสมัยนี้เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นมาทันสมัยหมดแล้ว เราสามารถศึกษาข้อมูลในการเลี้ยงดูลูกของเราได้อย่างสะดวกสบาย และยังสามารถฝึกฝนเขาให้สามารถร่วมทำกิจกรรมร่วมกับเราได้ เพียงแค่ใช้เวลาสักเล็กน้อยเพราะสมองของเขานั้นจะทำงานช้ากว่าเด็กปกติ แต่พวกเขาก็สามารถทำกิจกรรมตามเด็กปกติได้ โดยเราสามารถคอยสอนเรื่องความรู้พื้นฐานให้เขาอยู่บ่อยๆและเขาก็จะสามารถทำได้เอง เพราะถ้าเราสอนเขาทุกวันเขาก็จะจำได้และคอยทำตามว่าสิ่งไหนดีและไม่ดีนั้นเอง ซึ่งการที่จะให้เขาพัฒนาไวนั้นก็เป็นสิ่งที่ยากเพราะเขาเป็นเด็กที่สมาธิสั้น แต่เขาก็สามารถเรียนหรือทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างเด็กทั่วไปนั้นเอง แต่เราควรให้เวลาแก่เขามากๆ และคอยสนใจเขาอยู่ตลอดและไม่ควรให้เขาอยู่เพียงลำพัง เพราะเขาอาจจะคอดว่าคุณรังเกลียดเขาก็เป็นได้เพราะเขาจะมีปมอยู่ตลอดเวลา     ปมด้อยเหล้านี้ก็จะเป็นตัวที่ทำให้เขาไม่อยากคบหาหรือทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นนั้นเอง เพราะเขาจะคิดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองเป็นจุดด้อยไม่สามารถเรียนรู้ได้เท่ากับคนอื่น และไม่มีใครรักเพราะเขาเป็นเด็กที่ไม่ปกติเหมือนเด็กทั่วไปนั้นเอง และยังมีอีกหลายเหตุผลมากมายที่ทำให้เขาสามารถคิดสั้นได้ด้วย เพียงแค่คุณให้เวลากับเขาแสดงความรักกับเขาให้มากๆแค่นั้นเขาก็จะไม่รู้สึกว่าตัวเองด้อยอีกแล้ว

Read more

อาหารแบบไหนควรให้เด็กออทิสติกทานเพื่อเกิดผลดีกับพวกเขา

อาหารแบบไหนควรให้เด็กออทิสติกทานเพื่อเกิดผลดีกับพวกเขา

โดยสมัยนี้ได้มีศูนย์พํฒนาเด็กอยู่มากมาย และยังรับเด็กออทิสติกอีกด้วยเพื่อเข้ารับการศึกษา เพราะสมัยนี้ได้มีโรงเรียนหลายแห่งรับเด็กออทิสติกเข้ารับการศึกษาอยู่มากมาย เพราะเราสามารถเปิดอบรบและสร้างพัฒนาการใหม่ๆได้นั้นเอง ซึ่งเด็กพวกนี้เหมือนเด็กทั่วไปแต่สามารถเรียนรู้กับเด็กทั่วไปได้เพียงแค่จะช้ากว่าคนอื่นเท่านั้นเอง และยังมีศูนย์การเรียนรู้สำหรับเด็กออทิสติกอยู่มากมาย เพื่อรองรับการเรียนรู้ของพวกเขาและยังสามารถช่วยพัฒนาการทางด้านสติปัญญาและสมองอีกด้วย อาหารที่เด็กออทิสติกควรรับประทาน อาหารที่เด็กออทิสติกควรรับประทานนั้นควรเป็นอาหารที่มีประโยชน์ และควรเป็นอาหารที่ครบห้าหมู่ด้วยกัน เพื่อสามารถนำไปพัฒนาทางด้านสมอง และยังไปบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย ซึ่งอาหารที่ควรได้รับต่อวันนั้นก็จะเป็นผลดีต่อตัวเขาเอง เพื่อนำไปพัฒนาสมองของพวกเขา และยังช่วยให้บำรุงสายตาและกล้ามเนื้อให้มีความแข็งแรง เพื่อที่จะสามารถทำกิจกรรมเหมือนกับเด็กคนอื่นอีกด้วย เพราะการดูแลพวกเขานั้นเราต้องใส่ใจเรื่องการเรียนรู้การทำกิจกรรม และเรื่องของการเลือกอาหารในแต่ละมื้อ ว่าเหมาะสมไหมต่อปริมาณที่จะต้องได้รับต่อวัน เพราะการพัฒนาของพวกเขาจะต่างจากเด็กทั่วไปคือจะสมาธิสั้นและโตช้ากว่าเด็กทั่วไปนั้นเอง  แต่ส่วนใหญ่แล้วเด็กออทิสติกนี้ก็จะเหมือนกับเด็กทั่วไป ซึ่งสามารถทำอะไรด้วยตัวเองเหมือนเด็กปกติเพียงแค่พัฒนาการช้ากวานั้นเอง และพวกเขายังสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ เพียงแค่เราสอนสิ่งดีๆให้กับเขาค่อยๆให้พวกเขาซึบซับเข้าไปและเขาก็จะค่อยๆจำในสิ่งที่เราสอนไปได้ดี เพียงแค่เรามีความอดทนในการสอนเพื่อให้พวกเขาได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากเดิม และยังช่วยให้พวกเขาสามารถสนุกสนานกับการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆได้ดีอีกด้วย เพียงแค่อดทนเท่านั้น โดยเด็กออทิสติกเหล่านี้เราสามารถสอนเรื่องพัฒนาการทางด้านสมองและสติปัญญาได้ ขอแค่เราใส่ใจดูแลพวกเขาด้วยความรักและความอดทนโดยที่ไม่รีบร้อน เพราะพวกเขาต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มากกว่าเด็กปกตินั้นเอง ถ้าเราคอยสอนสิ่งใหม่ๆให้พวกเขาอยู่ตลอดนั้นก็จะเป็นผลดีกับพวกเขาอย่างมาก ในการพัฒนาความรู้ขึ้นไปเรื่อยๆ และยังสามารถทำอะไรด้วยตนเองได้อย่างต้องการ โดยที่เราไม่ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเลย เพียงแค่เราคอยยืนดูอยู่ห่างก็พอและให้เขารู้จักแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก็เท่านั้น พวกเขาก็จะมีความสุขในการใช้ชีวิตของพวกเขาแล้ว

Read more

วิธีการรักษาเด็กออทิสติกให้กลับมาปกติมากที่สุด

วิธีการรักษาเด็กออทิสติกให้กลับมาปกติมากที่สุด

ใครๆ ต่างก็รู้ว่าโรคออทิสติกนั้นถือว่าเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งของเด็กที่เกิดมา ทำให้เด็กคนนั้นเกิดมามีพัฒนาการที่ผิดปกติ รวมไปถึงการใช้ชีวิตที่ผิดปกติ ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ถึงแม้จะรักษาให้หายขาดไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดก็สามารถที่จะรักษาให้กลับมาสู่สังคมที่ปกติมากที่สุดได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ของผู้เลี้ยงดูเป็นสำคัญด้วยว่าจะสามารถทำให้เด็กกลับมาสู่สภาวะปกติได้มากน้อยแค่ไหน ลองมาดูวิธีการรักษาเด็กออทิสติกให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติที่สุดว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง การฝึกทางด้านของพฤติกรรมสำหรับการเข้าสังคม – ตรงนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เด็กเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตกับคนอื่นในสังคมได้ การฝึกพฤติกรรมสำหรับการเข้าสังคมสำหรับเด็กออทิสติกนั้นคือต้องพยายามให้เด็กได้เรียนรู้การกระทำที่เหมาะสมและพยายามบอกว่าอะไรคือการกระทำที่ไม่เหมาะสม อาทิ เด็กชอบทำกิจกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ เราก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาโดยอาจจะบอกว่าถ้าหากทำสิ่งนี้บ่อยๆ จะทำให้เรียนหนังสือไม่เก่งต้องเปลี่ยนการกระทำบ้าง เป็นต้น ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นคนพิเศษ – อย่าลืมว่าเด็กที่มีอาการออทิสติกนั้นบางครั้งชอบอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้เขาเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ได้ ต้องแสดงให้เห็นว่าเขาคือคนพิเศษที่เหมือนกับคนอื่นๆ โดยอาจจะมีการให้ทำกิจกรรมบางอย่างพร้อมกับให้รางวัลหากว่าเขาสามารถทำได้ เพื่อที่จะทำให้เขารู้สึกสนุกที่ได้ทำและไม่เก็บตัวอยู่คนเดียว ฝึกให้พูดบ่อยๆ และพูดให้ถูกต้อง – เด็กออทิสติกนั้นจะมีปัญหาในเรื่องของการพูดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดช้า พูดไม่ค่อยเข้าใจ น้ำเสียงในการพูดไม่เหมือนเด็กทั่วไป เพราะฉะนั้นต้องรู้จักการฝึกการพูดให้กับเด็กเหล่านี้เพื่อที่จะให้พวกเขาสามารถพูดได้ปกติเหมือนกับเด็กทั่วๆ ไป หรือถึงแม้จะไม่เหมือนเด็กทั่วไปก็ทำให้ใกล้เคียงที่สุด การพาไปหาหมอตามความสมควร – เด็กที่เป็นโรคออทิสติกนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพาไปหาหมอตามที่หมอนัดหรือว่าพาไปหาตามความสมควรที่เห็นว่าจำเป็นต้องไป เพราะว่าการไปหาหมอบ่อยๆ

Read more

ข้อบ่งชี้ด้านพฤติกรรมของเด็กที่มีแนวโน้มเป็นออทิสติก

ข้อบ่งชี้ด้านพฤติกรรมของเด็กที่มีแนวโน้มเป็นออทิสติก

อาการออทิสติกสำหรับเด็กนั้นอาจจะยังไม่สามารถรู้ได้เมื่อแรกเกิด ทว่าเมื่อเกิดมาได้สักพักพฤติกรรมหรืออาการบางอย่างก็สามารถที่จะบ่งบอกได้ว่าเด็กคนนี้มีอาการเป็นโรคออทิสติกหรือไม่ เพราะพฤติกรรมที่แสดงออกระหว่างเด็กออทิสติกกับเด็กปกติจะมีความแตกต่างกัน มาดูข้อบ่งชี้ทางด้านพฤตคิกรรมที่คุณสามารถสังเกตได้ว่าหากเด็กมีการแสดงอาการต่างๆ เหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเด็กออทิสติก พฤติกรรมทางด้านการพูด – เด็กที่มีอาการสุ่มเสี่ยงว่าจะเป็นออทิสติกนั้นจะมีพฤติกรรมการพูดที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไป นั่นคือจะพูดได้ช้ากว่าเด็กปกติ เมื่อถึงวัยที่ควรพูดกลับไม่ยอมพูด และพอพูดได้มักจะพูดคำซ้ำๆ พูดจาคำที่คนอื่นฟังแล้วไม่เข้าใจ พูดไม่ค่อยชัด พูดแล้วมีอาการติดขัด รวมไปถึงน้ำเสียงที่พูดออกมาจะไม่เหมือนกับเด็กปกติทั่วๆ ไป พฤติกรรมด้านการเข้าสังคมกับคนรอบข้าง – นี่เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกได้ชัดเจนที่สุดสำหรับเด็กที่เป็นโรคออทิสติก เพราะเด็กเหล่านี้จะมีพฤติกรรมทางสังคมที่แตกต่างไปจากเด็กคนอื่น ไม่ว่าจะเป็น ไม่ยอมสบตาหรือพูดคุยกับคนรอบข้าง ไม่ยอมทำการสื่อสารใดๆ กับคนรอบข้าง ไม่มีการแสดงอรมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น มักจะมีสีหน้าเดียวเวลาที่พบเจอใครก็ตาม มักเก็บตัวอยู่คนเดียวไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวาย ไม่ยอมที่จะพูดคุยกับใครง่ายๆ เรียกว่าจะไม่ทักคนอื่นก่อนถ้าหากว่าเขาไม่ทักมาก่อน เหมือนกับเด็กสมาธิสั้นพูดคุยอะไรได้ไม่นานก็จะเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ไม่ชอบการช่วยเหลือจากใครและจะไม่ร้องขอ รวมไปถึงจะไม่คบกับใครทั้งสิ้นชอบที่จะอยู่กับตัวเอง พฤติกรรมทางด้านการกระทำ – เด็กที่มีอาการออทิสติกนั้นมักจะมีความคิดซ้ำๆ เดิมๆ สังเกตได้จากพฤติกรรมจะแสดงออกด้วยการกระทำเช่น ชอบทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ

Read more

Hagewinde ศูนย์พัฒนาเด็กออทิสติกในเบลเยี่ยม

Hagewinde ศูนย์พัฒนาเด็กออทิสติกในเบลเยี่ยม

แม้ว่าโรคออทิสติกจะจัดได้ว่าเป็นโรคที่เกิดจากความผิดพลาดบางประการในตัวเด็กคนๆ หนึ่ง แต่สิ่งที่น่าสงสารอย่างหนึ่งของเด็กเหล่านี้คือไม่สามารถที่จะรักษาอาการให้หายขาดได้ แถมการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกเพื่อที่จะสร้างแนวทางในการป้องกันก็มีไม่มากนักเนื่องจากมันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถกหนดได้ การสร้างแนวทางในการดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เด็กออทิสติกเกิดมาแล้วรู้สึกว่าพวกเขาเองยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้ Hagewinde เองถือว่าเป็นศูนย์พัฒนาเด็กออทิสติกที่มีความสำคัญระดับโลกเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาคือองค์กรที่สร้างขึ้นมาเพื่อเด็กออทิสติก ทีมงาน Hagewinde เป็นใคร ทีมงาน Hagewinde คือทีมงานคอยแนะนำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่เป็นออทิสติกให้กับผู้ปกครองในประเทศเบลเยี่ยม เพี่อที่จะให้ผู้ปกครองได้พาลูกหลานที่มีอากาของโรคออทิสติกสามารถอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมและสามารถเข้าสังคมได้อย่างไม่มีปัญหา เด็กที่เป็นออทิสติกสามารถที่จะทำกิจกรรมโดยที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่ว่าเป็นทีมงานที่อยู่แต่ในประเทศเบลเยี่ยมเท่านั้น เพราะทีมงานเหล่านี้พยายามกระจ่ายพื้นที่ไปทั่วโลกเพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันกับเด็กออทิสติกได้พบกับสถานที่ที่เหมาะสม รวมไปถึงกิจกรรมที่เหมาะสมสำรหรับพวกเขา กิจกรรมที่ช่วยในการพัฒนาเด็กพิเศษ ศูนย์พัฒนาเด็ออทิสติก Hagewinde นั้นจะมีการจัดกิจกรรมที่เหมะสามสำหรับเด็กพิเศษเพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ในสิ่งที่ควรจะเป็น เหมาะสมตามวัย และพยายามที่จะไม่ให้พวกเขาต้องรู้สึกว่าพวกเขามีความแตกแยกในสังคม กิจกรรมส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหมือนกับกิจกรรมทั่วๆ ไปในการพัฒนาเด็กออทิสติก อาทิ กิจกรรมการให้เข้าสังคมของเด็ก ได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ได้รู้จักการช่วยเหลือตัวเอง รวมไปถึงการแนะนำผู้ปกครองในการดูแลเด็กๆ ที่เป็นออทิสติกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่ทีมงาน Hagewinde มักจะจัดทำขึ้นเพื่อเด็กๆ ออทิสติกเสมอ อาทิ การสอนวิธีการเอาตัวรอดทางน้ำสำหรับเด็กพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องสำคํญมากเนื่องจากเด็กพิเศษเหล่านี้จะมีทักษะการช่วยเหลือตัวเองไม่ปกติ 

Read more

กิจกรรมที่จะช่วยในด้านพัฒนาการของเด็กออทิสติก

กิจกรรมที่จะช่วยในด้านพัฒนาการของเด็กออทิสติก

การที่เด็กคนหนึ่งเกิดมาเป็นโรคออทิสติกนั้นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนรอบข้างก็คือต้องพยายามให้ความรัก ความเอาใจใส่ และการสร้างสิง่ดีๆ ให้เด็กได้รู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่ได้เกิดมาไร้ค่า แต่ตัวเขานั้นจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมต่อไป การสร้างกิจกรรมให้เด็กๆ เหล่านี้จึงเป็นตั่วช่วยสำคัญในการที่จะพัฒนาให้เขาได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและทำให้บำบัดอาการออทิสติกได้ในระดับหนึ่ง มาลองดูกิจกรรมดีๆ ที่จะช่วยในด้านพัฒนาการของเด็กออทิสติกว่าควรให้เขาทำกิจกรรมประเภทไหนบ้าง รู้จักให้แยกแยะสิ่งของแต่ละประเภท – เด็กออทิสติกเหล่านี้จะมีพัฒนาการทางด้านสมองที่ช้ากว่าเด็กทั่วไป รวมไปถึงมักจะชื่นชอบการทำกิจกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่เป็นประจำเรียกว่าหากเคยทำอะไรแล้วก็จะทำอยู่แต่สิ่งนั้นโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น การพยายามให้เขารู้จักการแยกแยะสิ่งของต่างๆ ออกเป็นประเภท เป็นหมวดหมู่จะทำให้เขานั้นรู้สึกไม่ซ้ำซากและไม่ทำให้เขานั้นทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ ด้วย ให้เรียนรู้การใช้สมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ – เด็กออทิสติกนั้นจะเป็นเด็กที่มักมีอาการสมาธิสั้น หมายถึงว่าพอทำอะไรสักครู่หนึ่งก็จะเบื่อแต่สักพักก็จะกลับมาทำแบบเดิมอีก เพราะฉะนั้นการหากจิกรรมที่ให้เขาได้ใช้สมาธิจะช่วยฝึกให้เขารู้จักการจดจ่อที่จะตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างมีจุดมุ่งหมาย เช่น การให้ระบายสี การให้ต่อตัวต่อ หรือการให้วาดรูป การให้ทำกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เขารู้จักเป้าหมายที่จะทำให้สำเร็จและมีสมาธิที่จะทำมันด้วย หากิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการที่เป็นไปตามวัย – สิ่งหนึ่งของเด็กออทิสติกคือการพัฒนาของสมองและร่างกายจะไม่ค่อยเป็นไปตามวัย หรือพูดง่ายๆ คือจะเป็นเด็กที่พัฒนาช้ากว่าเด็กปกคิ เพราะฉะนั้นพ่อแม่หรือคนดูแลเองต้องรู้ว่าเด็กในแต่ละช่วงวัยนั้นต้องทำกิจกรรมอะไรและก็พยายามสอนให้เด็กที่เป็นออทิสติกทำกิจกรรมเหมือนกับเด็กในช่วงวัยนั้น ให้ทำกิจกรรมที่ต้องอยู่ในสังคม – ข้อที่เป็นปัญหาบ่อยๆ ของเด็กออทิสติกก็คือกลัวการเข้าไปอยู่ในสังคมกับเด็กคนอื่นๆ

Read more

มาเรียนรู้การเอาใจใส่เด็กออทิสติก

มาเรียนรู้การเอาใจใส่เด็กออทิสติก

พ่อแม่ทุกคนเมื่อเห็นลูกเกิดมาก็อยากจะเห็นลูกของเรานั้นมีอาการครบ 32 ประการ ไม่อยากจะให้เกิดความผิดปกติไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม ถึงกระนั้นอาการของเด็กบางคนมันก็ไม่สามารถที่จะเลือกได้หากว่าเขาเกิดมาแล้วกลายเป็นเด็กพิเศษที่เป็นออทิสติก เมื่อพ่อแม่หรือใกล้ชิดรู้แล้วว่าเด็กที่เกิดมานั้นเป็นโรคออทิสติกแน่นอนเรื่องของความเสียใจมันเป็นเรื่องปกติและคงเกิดคำถามขึ้นมามากมายอยู่ในหัว อย่างไรก็ดีคนเราเมื่อเลิกเกิดไม่ได้เราเองที่ต้องเป็นคนดูแลเขาก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าให้เด็กที่เกิดมาต้องรู้สึกว่าเขาคือปมด้อย มาลองเรียนรู้การดูแลเอาใจใส่เด็กออทิสติกกันดีกว่าว่าควรจะต้องปฏิบัติอย่างไรกับพวกเขาบ้าง 1. ต้องรู้จักเอาใจใส่ในทุกเรื่อง แน่นอนว่าการที่เป็นเด็กพิเศษมีอาการไม่ปกติเหมือนกับเด็กทั่วไ เราก็ต้องรู้จักที่จะเอาใจใส่กับพวกเขาให้มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต การเรียนการสอน การสอนให้รู้จักสิ่งต่างๆ เรียกว่าตั้งใจดูแลเป็นพิเศษมากกว่าเด็กปกติหลายเท่าตัวเลยทีเดียว 2. ให้เรียนรู้การใช้สมาธิในการทำกิจกรรมต่างๆ สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กออทิสติกนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างเสริมสิ่งต่างๆ ของเขาให้มากกว่าที่เด็กปกติได้รับ พยายามซื้อหรือให้เขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้มากที่สุดเพื่อที่ให้เขาสามารถใช้ชิวิตในสังคมได้เหมือนกับคนปกติทั่วๆ ไป แม้ว่าอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยแต่เพื่ออนาคตที่ดีของเด็กเองก็ต้องทำให้ดีที่สุด 3. ไม่ใช้อารมณ์ในการเลี้ยงดู เด็กเหล่านี้จะมีความอ่อนไหวทางด้านอารมณ์ที่ค่อนข้างสูงเหมือนกัน อีกทั้งการพูดจา การกระทำก็ไม่เหมือนเด็กทั่วไปอยู่แล้ว บางครั้งอาจทำให้คนที่ดูแลเกิดอาการหงุดหงิดหรืออารมณ์เสียบ้างเป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะจากเรื่องรอบตัวหรือว่าเรื่องของพฤติกรรมจากเด็กเอง แต่สิ่งที่จะต้องคำนึงเอาไว้เสมอก็คืออย่านำอารมณ์ไม่ดีเหล่านั้นไปใส่กับเด็กเป็นอันขาด เพราะนั่นจะทำให้เขายิ่งรู้สึกเคว้งคว้างยิ่งกว่าเดิม 4. พยายามพาไปพบแพทย์ตามที่นัดเสมอ การเอาใจใส่เด็กที่เป็นออทิสติกนั้นไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการดูแลด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว แพทย์ก็มีส่วนสำคัญในการที่จะช่วยเหลือให้เด็กรู้สึกว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยวเพียงตัวลำพัง อีกทั้งแพทย์เองก็จะมียาหรือวิธีการในการรักษาที่พร้อมจะทำให้เด็กกลับมาสู่สภาวะปกติให้มากที่สุด ซึ่งแพทย์เองก็จะเป็นอีกคนที่สามารถแนะนำวิธีการดูแลเอาใจใส่ได้มาก รวมถึงมีเทคนิคดีๆ

Read more

Yoyoland ที่ถูกจัดขึ้น hagewide ที่มีความบันเทิงในเรื่องของดนตรี

Yoyoland ที่ถูกจัดขึ้น hagewide ที่มีความบันเทิงในเรื่องของดนตรี

ในงานฤดูร้อนงาน Yoyoland  hagewide ได้ถูกจัดขึ้นที่ร่วมเหล่านักดนตรีมาจัดงานเพื่อพบปะสังสรรค์กันภายในงาน แล้วยังมีอาหารที่ค่อยให้บริการแก่คนที่มาร่วมในงาน แล้วยังมีเทศกาลที่ค่อยต่อต้านพวกยาเสพติดโดยเฉพาะ โดยกิจกรรมยามเช้าของที่นี่จะถูกเปิดตัวให้พวกนักเรียนมานั่งฟังคำบรรยายกันก่อน แล้วยังมีร่วมการแข่งร้องเพลงแล้วก็จะได้รางวัลด้วยจากการแข่งขันในครั้งนี้ แล้วยังมีการแข่งเต้นกันอีกด้วย แต่ในงานครั้งนี้ยังมีการแข่งขันระดับพวกดีเจให้มาร่วมงานกันอีกด้วย ทำให้ภายในงานมีการโยกการเต้นกันแบบสุดเหวี่ยงกันมากเลยที่เดียว แล้วยังมีกิจกรรมเล่นเกมกันแบบสุดเหวี่ยงฉุดไม่อยู่กันเลยที่เดียวสำหรับงานนี้ แล้วต่อมาในช่วงเย็นก็มีการแจกจับรางวัลสำหรับผู้ที่มาร่วมงาน ทำให้หลังจากจบจากงานนี้ทำให้ผู้คนต่างยิ้มเต็มอกเต็มใจ ที่ได้รับความสนุกกันไปเต็มๆ แล้วไม่ผิดหวังกับงานเทศกาลในครั้งนี้ Yoyoland มีคนที่มาร่วมงานอยากจะให้มีแล้วจัดขึ้นอีกทุกๆ ปีเพราะมันเป็นกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์กันได้อย่างดีงาม แล้วยังเป็นการอยู่ร่วมกันที่จะได้รับความรู้ใหม่ๆ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสสำหรับตัวเองได้ที่จะได้เจอสิ่งใหม่ๆ แก่ตัวเอง แต่ทุกคนที่ได้มากันก็เชื่อว่างานนี้จะต้องมีอีกต่อไปอย่างแน่นอนเลย

Read more

Scholen Hagewind กล่อง สแลม เครื่องมือสำหรับการใช้งานดูแลคนพิการ

Scholen Hagewind กล่อง สแลม เครื่องมือสำหรับการใช้งานดูแลคนพิการ

ในศูนย์ Scholen Hagewind ได้คิดค้นสิ่งที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากแล้วจะพัฒนาในเรื่องของด้านการใช้งานให้แบบดูดีมากยิ่งขึ้นไปอีก มันคือ อุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาดูแลคนพิการมากยิ่งขึ้นมากอีก โดยในกล่องเหล่านี้จะเป็นกล่องที่เก็บท่าบริหารร่างกาย 30 รายการเพื่อที่คนพิการจะได้ดูแลตัวเองได้เอง ซึ่ง กล่องสแลม ถูกสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างลงตัวเพื่อกระตุ้นให้คนพิการหลายๆ ท่านได้หันมาสนใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่มากขึ้น กล่องอันนี้ได้รับการรออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ESF ในส่วนของ กล่องสแลม สามารถที่จะสั่งซื้อกันได้แล้วแล้วรับรองคุณภาพได้ว่าคุ้มค่าราคาอย่างแน่นอน

Read more